top of page

ฉีดฟิลเลอร์ (Filler)

โปรแกรมฟิลเลอร์

การฉีดฟิลเลอร์ คือหนึ่งในหัตถการปรับรูปหน้าที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ เนื่องจากการฉีด Filler เป็นวิธีที่ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเด็กลงอย่างเห็นผลโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับคนที่กลัวเข็ม ไม่อยากเสียเวลาพักฟื้น ต้องการใช้หน้าได้เลย นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์ยังมีความปลอดภัย ฉีดแล้วสามารถสลายได้เอง 100% โดยไม่มีสารตกค้าง และเป็นวิธีแก้ปัญหาใบหน้าที่หมอส่วนใหญ่แนะนำ

 

สำหรับใครที่สนใจฉีดฟิลเลอร์ ในบทความนี้หมอจะมาให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับข้อควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ว่ามีอะไรบ้าง ฟิลเลอร์ฉีดจุดไหนได้บ้าง? อันตรายไหม? ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี? ใช้กี่ cc ถึงจะเห็นผล? ข้อปฏิบัติก่อน-หลังฉีดมีอะไรบ้าง? วิธีดูฟิลเลอร์แท้ สังเกตอย่างไร? ติดตามอ่านได้ครับ

สารบัญ ฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คือ?

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มผิวประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ที่สร้างขึ้นมาทดแทน จำนวนคอลลาเจนที่หายไปครับ ซึ่ง Filler ประเภทนี้ถูกนำมาใช้ในการเสริมความงาม โดยองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US FDA) ได้อนุมัติว่าเป็นสารที่มีความปลอดภัย นิยมใช้ในวงการแพทย์และด้านความงามอย่างแพร่หลาย

ผิวFiller

ฟิลเลอร์ มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำและความชุ่มชื้น ช่วยเติมเต็มชั้นผิวหนังและเพิ่มความยืดหยุ่น ทำให้ผิวเต่งตึง ดูสุขภาพดี เรียบเนียนและช่วยลดริ้วรอย นอกจากนี้ฟิลเลอร์ยังสามารถนำมาใช้ในการปรับแก้ไขรูปหน้าให้สวยงาม เช่น ปรับคางให้ดูยาวขึ้น แก้ปัญหาคางตัด คางถอย แก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ เบ้าตาลึก ช่วยปรับรูปปากกระจับ ปากสายฝอ ปากสายเกา และทรงอื่น ๆ ตามต้องการได้อีกด้วย

ฟิลเลอร์ ฉีดในจุดไหนได้บ้าง ?

ส่วนใหญ่จะฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณที่มีปัญหาร่องลึก มีริ้วรอยครับ สำหรับจุดฉีดฟิลเลอร์บนใบหน้าหมอแนะนำ 7 จุด ที่ฉีดแล้วเห็นผลการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุดดังนี้

Artboard 1

1. ฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ใต้ตามักจะเป็นจุดแรกที่หมอแนะนำให้ฉีดครับ เพราะสามารถช่วยให้ใบหน้าโดยรวมดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยเติมเต็มเบ้าตาลึก ลดริ้วรอย แก้ปัญหาขอบตาดำ ใต้ตาคล้ำ ถุงใต้ตา ได้อย่างเห็นผล

Filler
Filler
Filler

2. ฟิลเลอร์คาง

การฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นการปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น คางยาวขึ้น แก้ปัญหาคางสั้น คางตัดหรือคางถอย ช่วยให้ใบหน้ามีมิติมากขึ้น แต่มีข้อจำกัดคือ ไม่สามารถทำให้คางยาวขึ้นได้มากเกินกว่า 1 เซนติเมตร เหมาะสำหรับคนที่มีฐานคางเดิมอยู่แล้ว ต้องการเสริมเพียงเล็กน้อยครับ

Filler
Filler
Filler

3. ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ แก้ปัญหาร่องแก้มลึก ริ้วรอยร่องแก้ม หลังฉีดสามารถเห็นผลความเปลี่ยนแปลงได้ทันที การเติมร่องแก้มด้วยฟิลเลอร์จึงเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่นิยมและหมอส่วนใหญ่แนะนำครับ

Filler
Filler

4. ฟิลเลอร์ปาก

การฉีดฟิลเลอร์ปาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปปากให้เป็นทรงต่าง ๆ เช่น ปากกระจับ ปากสายเกา ปากสายฝอได้ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น นอกจากนี้ยังสามารถแก้ปัญหาปากบาง ปากไม่เท่ากัน ปากแห้งเป็นร่อง เติมความชุ่มชื้น เพิ่มความอวบอิ่มได้

Filler
Filler
Filler

5. ฟิลเลอร์ขมับ

ฟิลเลอร์ขมับ เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาขมับตอบ หรือขมับยุบ บุ๋ม ช่วยปรับรูปหน้าโดยรวมให้ได้สัดส่วนมากขึ้น และช่วยลดความเด่นของโหนกแก้ม ถ้าฉีดฟิลเลอร์ขมับในตำแหน่งที่ดี ถูกต้อง นอกจากช่วยเติมเต็มส่วนที่ยุบไปแล้ว ยังสามารถช่วยยกเปลือกตาขึ้น แก้ไขปัญหาเปลือกตาตกได้ด้วยครับ

Filler
Filler

6. ฟิลเลอร์หน้าผาก

การฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ช่วยแก้ไขปัญหาหน้าผากยุบ บุ๋ม แบน หรือมีริ้วรอยร่องลึก ช่วยเสริมหน้าผากให้โหนกนูน ปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนสวยเข้ารูปมากขึ้นโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น

ฉีดฟิลเลอร์ อันตรายไหม ?

ฟิลเลอร์ เป็นสารเติมเต็มที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัยครับ เนื่องจากเป็นสารโพลีแซคคาไรด์ ที่สร้างเลียนแบบสารที่มีในร่างกายมนุษย์ตามธรรมชาติอยู่แล้ว จึงถือว่าไม่เป็นอันตรายครับ ฟิลเลอร์แท้เมื่อฉีดแล้วสามารถสลายหมด 100% ไม่มีสารตกค้าง และฉีดใหม่ได้เรื่อย ๆ ทั้งนี้ควรเลือกฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงจุดและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ

วิธีการดูฟิลเลอร์แท้ที่ปลอดภัย

Filler

ฟิลเลอร์แท้ (HA) สามารถย่อยสลายได้เอง 100% ภายในระยะเวลา 1-2 ปี และต้องเลือกยี่ห้อที่ได้มาตรฐานผ่าน อย.เท่านั้น วิธีดูฟิลเลอร์แท้ คนไข้สามารถศึกษาตามข้อมูลที่หมอแนะนำดังนี้ครับ

  1. สังเกตดูที่กล่องฟิลเลอร์ จะมีฉลากภาษาไทยติดอยู่บนกล่อง พร้อมกับมีราคาระบุ และมีวันหมดอายุระบุอยู่ข้างกล่อง สามารถสังเกตได้อย่างชัดเจน

  2. ห้ามซื้อฟิลเลอร์เองจากอินเตอร์เน็ต แล้วนำมาให้แพทย์หรือบุคคลที่ไม่ใช่แพทย์ทำการฉีดให้เด็ดขาดครับ เพราะฟิลเลอร์ที่สามารถหาซื้อหาได้ง่ายจากอินเตอร์เน็ต ไม่มีการันตีความปลอดภัย เบื้องต้นให้สงสัยไว้ก่อนว่า อาจเป็นของปลอม 

  3. ฟิลเลอร์แท้ Hyaluronic Acid สามารถฉีดให้สลายด้วยเอ็นไซม์ไฮยาลูโรนิเดส(Hyaluronidase) ได้ 100% เมื่อคนไข้ได้รับการฉีดสลายแล้ว ฟิลเลอร์จะเกิดการยุบตัวลง และละลายเป็นน้ำ ซึมไปตามผิวหนังได้เองทันที โดยไม่ตกค้างและไม่มีอันตราย

 

เนื่องจากฟิลเลอร์เป็นสารควบคุม ต้องเก็บรักษาอย่างเหมาะสมเพื่อรักษาคุณภาพ และโดยปกติแพทย์จะไม่ยอมฉีดสารที่คนไข้นำมาเองเด็ดขาดครับ เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ และป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น

อันตรายจากฉีดฟิลเลอร์ปลอม

ฟิลเลอร์ เป็นสารเติมเต็มที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัยครับ เนื่องจากเป็นสารโพลีแซคคาไรด์ ที่สร้างเลียนแบบสารที่มีในร่างกายมนุษย์ตามธรรมชาติอยู่แล้ว จึงถือว่าไม่เป็นอันตรายครับ ฟิลเลอร์แท้เมื่อฉีดแล้วสามารถสลายหมด 100% ไม่มีสารตกค้าง และฉีดใหม่ได้เรื่อย ๆ ทั้งนี้ควรเลือกฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงจุดและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ

Filler ปลอม

อันตรายจากฉีดฟิลเลอร์ปลอม เช่น Biosynthetic Polymers จำพวกซิลิโคนเหลว, Calcium Hydroxylapatite, Polymethylmethacrylate เป็นต้น หลังฉีดไปแล้วจะเกิดการย้อยเป็นก้อนแข็ง หรือไหลไปรวมกันเป็นกองในจุดอื่นที่ไม่ได้ฉีด จนยึดติดกับผิวและกลายเป็นพังผืด

หรือในบางรายอาจมีอาการแพ้ฟิลเลอร์ อักเสบติดเชื้อ บวมแดง ผิวหนังเป็นผื่น คัน ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน ดูไม่ Smoothness ทำให้ใบหน้าเสียทรง  หรือที่ร้ายแรงกว่านั้นอาจทำให้เกิดการอุดตันในเส้นเลือด จนทำให้ผิวหนังบริเวณไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยง ผลที่ได้คือผิวหนังบริเวณนั้นเกิดภาวะ Skin Necrosis (ภาวะเนื้อตาย) ในที่สุดครับ

ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี แต่ละยี่ห้ออยู่ได้นานแค่ไหน ?

ฟิลเลอร์มีหลายยี่ห้อครับ แต่ละยี่ห้อฟิลเลอร์ก็จะมีรุ่นย่อย ๆ ลงไปอีก เหตุผลที่มีหลายรุ่น เนื่องจากผิวในแต่ละจุดจะมีใช้ฟิลเลอร์แก้ปัญหาที่ต่างกัน หมอแนะนำฟิลเลอร์แท้ที่ได้รับความนิยมและผ่าน อย. หลักๆ จาก 4 ประเทศ คือ ฟิลเลอร์ Juvederm (อเมริกา) , ฟิลเลอร์ Restylane (สวีเดน) และ ฟิลเลอร์ Belotero (สวิตเซอร์แลนด์) 

ฟิลเลอร์ Juvederm (อเมริกา)

Untitled-1-01

1. Juvederm Ultra Plus (รุ่นยอดนิยม เน้นความฟู)

  • เทคโนโลยี: Hylacross (เนื้อเจลนิ่มและมีความฟูมาก)

  • จุดเด่น: อุ้มน้ำได้ดี เติมแล้วเห็นผลการเปลี่ยนแปลงชัดเจนทันที

  • เหมาะสำหรับ: เติม ร่องแก้มลึก หรือ ขมับตอบ ที่ต้องการวอลลุ่มเยอะๆ ให้ดูเต็มอิ่ม

  • ระยะเวลา: อยู่ได้ประมาณ 12 เดือน

2. Juvederm Voluma (รุ่นสารพัดประโยชน์ ยกกระชับหน้า)

  • เทคโนโลยี: Vycross (เนื้อแข็งปานกลาง ยืดหยุ่นสูง)

  • จุดเด่น: มีแรงยกผิวดีมาก กลืนกับผิวได้เนียน ไม่เป็นก้อน

  • เหมาะสำหรับ: ฉีด ยกกระชับแก้มส้ม (Cheeks) เติมคาง หรือร่องแก้มในเคสที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ

  • ระยะเวลา: อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน

3. Juvederm Volift (รุ่นละมุน เก็บรายละเอียด)

  • เทคโนโลยี: Vycross (เนื้อนิ่มปานกลาง มีความละเอียดสูง)

  • จุดเด่น: ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มในจุดที่ผิวขยับบ่อยๆ ให้ดูเรียบเนียน ไม่ฝืนธรรมชาติ

  • เหมาะสำหรับ: ร่องมุมปาก ร่องแก้มที่ไม่ลึกมาก หรือเติมขมับในคนที่ผิวบาง

  • ระยะเวลา: อยู่ได้ประมาณ 12 เดือน

4. Juvederm Volbella (รุ่นนิ่มพิเศษ สำหรับจุดบอบบาง)

  • เทคโนโลยี: Vycross (เนื้อละเอียดและนิ่มที่สุด)

  • จุดเด่น: ไม่เป็นก้อน ไม่บวมฉึ่งหลังฉีด ให้สัมผัสที่บางเบา

  • เหมาะสำหรับ: เติมริมฝีปาก ให้ดูอิ่มน้ำแบบธรรมชาติ หรือฉีด ใต้ตา เพื่อลดรอยคล้ำและร่องลึก

  • ระยะเวลา: อยู่ได้ประมาณ 12 เดือน

5. Juvederm Volux (รุ่นแข็งที่สุด สายปั้นโครงหน้า)

  • เทคโนโลยี: Vycross (ความเข้มข้น HA สูงสุด เนื้อแข็งและคงตัวดีเยี่ยม)

  • จุดเด่น: ปั้นทรงได้คมชัดที่สุด ไม่ไหลย้อย ทดแทนการเสริมซิลิโคนได้ดี

  • เหมาะสำหรับ: ปั้นกรอบหน้า (Jawline) และ เสริมคาง ให้ดูคมชัด มีมิติ

  • ระยะเวลา: อยู่ได้นานที่สุด 18-24 เดือน

6. Juvederm Volite (รุ่นงานผิว ผิวฉ่ำวาว)

  • เทคโนโลยี: Vycross (ฟิลเลอร์โมเลกุลเล็ก เน้นเพิ่มความชุ่มชื้น)

  • จุดเด่น: ไม่ได้เน้นการเติมวอลลุ่ม แต่เน้นคุณภาพผิว (Skin Quality)

  • เหมาะสำหรับ: ฉีดบำรุง ผิวหน้าให้ฉ่ำวาว กระชับรูขุมขน หรือลดริ้วรอยเล็กๆ บริเวณคอและหลังมือ

  • ระยะเวลา: อยู่ได้ประมาณ 9-12 เดือน

ฟิลเลอร์ Restylane (สวีเดน)

Asset 6
กลุ่มเน้นการยกกระชับและคงรูป (NASHA Technology)
  • กลุ่มนี้เนื้อเจลจะค่อนข้างคงตัว ไม่กระจายตัวมาก เหมาะกับการพยุงผิวและเติมเต็มในจุดที่ต้องการความเป๊ะ

Restylane Perlane Lyft (12 เดือน)

  • จุดเด่น: เนื้อแข็งและมีแรงยกสูงที่สุดในกลุ่ม NASHA

  • ช่วยอะไร: เน้นการ ยกโหนกแก้ม, เติมคาง หรือ จมูก ให้ดูคมชัด เป็นทรงสวย ไม่ย้วยง่าย

Restylane Classic (12 เดือน)

  • จุดเด่น: เนื้อเจลอนุภาคปานกลาง มีความคงตัวดีเยี่ยม

  • ช่วยอะไร: รุ่นสารพัดประโยชน์ เหมาะสำหรับ ร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก หรือใช้เติมเต็มในจุดที่ต้องการวอลลุ่มแบบพอดีๆ

Restylane Vital Light (6-12 เดือน)

  • จุดเด่น: เนื้อละเอียด นิ่มที่สุดในกลุ่มนี้ โมเลกุลเล็กมาก

  • ช่วยอะไร: เป็นฟิลเลอร์งานผิว เน้นฉีดชั้นตื้นเพื่อ เติมความชุ่มชื้น, ใต้ตา ในเคสผิวบาง หรือลดริ้วรอยเล็กๆ หลังมือและลำคอ

 
กลุ่มเน้นความยืดหยุ่นและละมุน (OBT Technology)

 

  • กลุ่มนี้เนื้อเจลจะยืดหยุ่นไปตามการเคลื่อนไหวของใบหน้า ทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากเวลาเรายิ้มหรือพูด

Restylane Defyne (18 เดือน)

  • จุดเด่น: เนื้อเจลมีความแข็งแต่ยืดหยุ่นสูง (คล้าย Voluma ของ Juvederm)

  • ช่วยอะไร: ออกแบบมาเพื่อเติม ร่องแก้มลึก หรือ คาง ในคนที่ผิวหน้ามีการขยับเยอะๆ ช่วยให้ดูเนียนกริบ

Restylane Volyme (18 เดือน)

  • จุดเด่น: เนื้อนุ่มและมีความฟูมากที่สุดในกลุ่ม

  • ช่วยอะไร: เน้นการ "เติมวอลลุ่ม" ให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบ เช่น แก้มตอบ, ขมับตอบ ช่วยให้หน้าดูละมุนและอ่อนเยาว์ขึ้นชัดเจน

Restylane Refyne (12 เดือน)

  • จุดเด่น: เนื้อนิ่มและยืดหยุ่นสูงมาก (อ่อนโยนกว่า Defyne)

  • ช่วยอะไร: เก็บรายละเอียดริ้วรอยรอบปาก หรือ ร่องแก้มชั้นตื้น ช่วยให้ผิวดูเนียนเรียบเป็นธรรมชาติที่สุด

ฟิลเลอร์ Yvoire (เกาหลีใต้)

Untitled-1-05

​Yvoire Volume Plus (กล่องสีม่วง - รุ่นเติมเต็มวอลลุ่ม)

เป็นรุ่น "สายกลาง" ที่เน้นความอิ่มฟูและการเติมเต็มชั้นผิวที่ลึกขึ้นมาเล็กน้อย เป็นรุ่นสารพัดประโยชน์ของแบรนด์นี้

  • โครงสร้างและเทคโนโลยี: เนื้อเจลมีความนิ่มนวลแต่ยังคงความยืดหยุ่น (Elasticity) ที่ดีเยี่ยม ทำให้กลืนไปกับชั้นไขมันได้เนียน

  • ช่วยอะไร: เหมาะมากสำหรับ เติมขมับตอบ, แก้มส้ม, และ ร่องแก้มลึก ช่วยให้ใบหน้าที่ดูซูบตอบกลับมาดูเต็มและสดใส

  • จุดเด่น: ให้ผลลัพธ์ที่ดูละมุน หน้าดูเด็กลงแบบไม่เป็นก้อนแข็งเมื่อสัมผัส

  • ระยะเวลา: อยู่ได้นาน 12–18 เดือน

Yvoire Classic Plus (กล่องสีเขียว - รุ่นเนื้อละเอียด)

เป็นรุ่นที่มีโมเลกุลเล็กและละเอียดที่สุดในกลุ่ม Plus เน้นงานเก็บรายละเอียดชั้นผิวตื้น

  • โครงสร้างและเทคโนโลยี: เนื้อเจลมีความหนืดต่ำและยืดหยุ่นสูงมาก ทำให้สามารถกระจายตัวในชั้นผิวที่บางได้สม่ำเสมอ

  • ช่วยอะไร: เน้นการเก็บ ริ้วรอยตื้นๆ, เติมร่องน้ำหมากที่ไม่ลึกมาก หรือ เติมริมฝีปาก ให้ดูอิ่มเอิบแบบธรรมชาติ

  • จุดเด่น: ไม่บวมฟูจนเกินไป เหมาะกับจุดที่ต้องการความเนียนกริบและพลิ้วไหวไปตามการขยับของหน้า

  • ระยะเวลา: อยู่ได้นาน 6–12 เดือน

Yvoire Contour (กล่องสีทอง - รุ่นแข็งที่สุด ปั้นหน้าชัด)

เป็นรุ่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อการ "สร้างโครงสร้าง" โดยเฉพาะ มีความเข้มข้นของ HA สูงและเนื้อเจลมีความคงตัวสูงสุดในแบรนด์

  • โครงสร้างและเทคโนโลยี: ใช้เทคโนโลยีที่ทำให้โมเลกุล HA ยึดเกาะกันแน่นเป็นพิเศษ มีค่า ความแข็งสูง ทำให้พยุงผิวได้ดีมาก

  • ช่วยอะไร: เน้นการ เสริมคาง, ปั้นกรอบหน้า (Jawline) และ เติมโหนกแก้ม ช่วยให้รูปหน้ามีมิติ คมชัดเสมือนการศัลยกรรม

  • จุดเด่น: ทนต่อแรงขยับของกล้ามเนื้อได้ดี ไม่ยุบตัวง่าย และปั้นทรงได้นิ่งที่สุดในบรรดารุ่นทั้งหมด

  • ระยะเวลา: อยู่ได้นาน 12–18 เดือน

ฟิลเลอร์ Neuramis (เกาหลีใต้)

Untitled-1-04

Neuramis Deep (กล่องสีดำ - รุ่นสารพัดประโยชน์ ยอดนิยมอันดับ 1)

รุ่นที่สร้างชื่อเสียงให้แบรนด์ Neuramis มากที่สุด เพราะความ "อเนกประสงค์" ที่สามารถใช้แก้ปัญหาได้แทบทุกส่วนบนใบหน้า

1. โครงสร้างและเทคโนโลยี
  • เนื้อเจลปานกลาง: ไม่นิ่มเกินไปและไม่แข็งเกินไป มีความยืดหยุ่นสูง กลืนกับเนื้อเยื่อได้ดี

  • Lidocaine Mixture: ส่วนใหญ่ที่ใช้ในคลินิกจะเป็นรุ่นผสมยาชา ทำให้ขณะฉีดรู้สึกสบายและเจ็บน้อยลง

2. ผลลัพธ์และการออกฤทธิ์
  • เติมเต็มร่องลึก: เห็นผลดีเยี่ยมในการฉีด ร่องแก้ม และ ร่องน้ำหมาก ช่วยให้หน้าดูเด็กลงทันที

  • ความเนียนเป็นธรรมชาติ: เนื่องจากเนื้อไม่แข็งเท่ารุ่น Volume จึงนิยมนำมาใช้เติม หน้าผาก หรือ ริมฝีปาก ในเคสที่ต้องการความอิ่มฟูชัดเจน

  • ระยะเวลาคงตัว: อยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน

3. ความคุ้มค่าและจุดเด่น
  • รุ่นพิมพ์นิยม: เป็นฟิลเลอร์ที่หมอไทยใช้กันเยอะที่สุดรุ่นหนึ่ง หาฉีดได้ง่ายตามมาตรฐานคลินิกชั้นนำ

  • เหมาะกับงานเติมวอลลุ่ม: ใครที่รู้สึกว่าหน้าตอบ หรือต้องการเติมจุดต่างๆ ให้ดูเต็ม (Volume Up) ในราคาประหยัด รุ่นนี้คือคำตอบครับ

Neuramis Volume (กล่องสีทอง - เน้นการปั้นทรงและเติมเต็มชั้นลึก)

ผลิตโดยบริษัท Medytox ประเทศเกาหลีใต้ ใช้เทคโนโลยี SHAPE Technology ที่เน้นความคงตัวของเนื้อเจลสูง เพื่อให้สามารถปั้นรูปหน้าได้สวยในราคาย่อมเยา

1. โครงสร้างและเทคโนโลยี
  • เนื้อเจลเข้มข้น: เป็นรุ่นที่มีโมเลกุลใหญ่และแข็งที่สุดของแบรนด์ มีประสิทธิภาพในการคงรูปสูง ไม่ย้วยง่าย

  • Cross-linked HA: มีการเชื่อมโยงโมเลกุลที่หนาแน่น ทำให้ทนต่อการถูกสลายโดยเอนไซม์ในร่างกายได้ดีกว่ารุ่นอื่นๆ ในแบรนด์เดียวกัน

  • ความบริสุทธิ์: ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์สูง เพื่อลดปริมาณสารตกค้าง (BDDE) ลดโอกาสการบวมหรือแพ้

2. ผลลัพธ์และการออกฤทธิ์
  • งานสร้างมิติ: โดดเด่นมากในการใช้ เสริมคาง และ เติมขมับ ช่วยให้ใบหน้าดูมีโครงสร้างชัดเจนขึ้นทันที

  • แรงยกสูง: สามารถใช้เติมในชั้นลึกเพื่อยกพยุงผิวในส่วนที่หย่อนคล้อยได้ดี

  • ระยะเวลาคงตัว: อยู่ได้นานประมาณ 12–18 เดือน (ถือว่านานมากสำหรับฟิลเลอร์เกาหลี)

3. ความคุ้มค่าและจุดเด่น
  • คุณภาพพรีเมียมในราคาเอื้อมถึง: เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปั้นหน้า หรือเสริมคาง แต่มีงบประมาณจำกัดเมื่อเทียบกับฟิลเลอร์ฝั่งยุโรปหรืออเมริกา

  • ความปลอดภัย: เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงมากในไทย และได้รับการรับรองจาก อย. อย่างถูกต้อง

ฟิลเลอร์ Belotero (สวิตเซอร์แลนด์)

Untitled-1-03

1. Belotero Intense (เติมร่องลึกและวอลลุ่ม)

  • โครงสร้างและเทคโนโลยี: เป็นรุ่นที่มีความยืดหยุ่นสูงและมีความคงตัวดี เนื้อเจลมีความหนืดที่สามารถพยุงผิวได้ดีมาก

  • ช่วยอะไร: เน้นการเติม ร่องแก้มลึก หรือ ร่องน้ำหมาก ที่เห็นชัด ช่วยให้ใบหน้าส่วนกลางดูเต็มและอ่อนเยาว์ขึ้นทันที

  • จุดเด่น: เติมเต็มได้แน่นแต่ยังคงความยืดหยุ่น ทำให้เวลาฉีกยิ้มดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งทื่อ

  • ระยะเวลา: อยู่ได้ประมาณ 18 เดือน

2. Belotero Volume (ปั้นรูปหน้าและมิติ)

  •  โครงสร้างและเทคโนโลยี: เนื้อเจลมีความเข้มข้นสูงที่สุดในตระกูล มีแรงยกสูง ออกแบบมาเพื่อทดแทนไขมันและกระดูกที่ฝ่อตัว

  • ช่วยอะไร: เหมาะสำหรับการ ปั้นโหนกแก้ม (แก้มส้ม), เติมขมับที่ตอบมากๆ หรือ เสริมคาง เพื่อปรับรูปหน้าให้มีมิติ

  • จุดเด่น: ปั้นทรงได้สวย คมชัด และมีความละมุนสูงกว่าฟิลเลอร์เนื้อแข็งแบรนด์อื่น

  • ระยะเวลา: อยู่ได้ประมาณ 18 เดือน

3. Belotero Revive (งานผิวฉ่ำวาวตัวแรกของโลก)

  • โครงสร้างและเทคโนโลยี: เป็นฟิลเลอร์รุ่นพิเศษที่ผสมระหว่าง Hyaluronic Acid และ Glycerol ซึ่งช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี

  • ช่วยอะไร: เน้นเรื่อง คุณภาพผิว ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ฉ่ำวาว รูขุมขนดูกระชับ และช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้านให้ดูมีออร่า

  • จุดเด่น: เป็นฟิลเลอร์ตัวเดียวที่เน้น "งานผิวกระจก" (Glass Skin) โดยเฉพาะ ไม่เน้นการเติมวอลลุ่มแต่เน้นความเปล่งปลั่ง

  • ระยะเวลา: อยู่ได้ประมาณ 6-9 เดือน

แต่ละจุดต้องใช้ฟิลเลอร์กี่ CC ?

จำนวน cc ที่ใช้ในแต่ละจุด ขึ้นอยู่กับความลึกของริ้วรอยและปัญหาใบหน้าของแต่ละคนครับ ซึ่งหมอที่มีประสบการณ์จะเป็นผู้ประเมินผิวหน้า เพื่อเลือกใช้ยี่ห้อฟิลเลอร์และจำนวน cc ตามความเหมาะสม ส่วนใหญ่แล้วจะใช้จำนวน CC ตามนี้ครับ

จุดฉีดFiller
  • ฉีดฟิลเลอร์ขมับ 2-4 CC

  • ฉีดฟิลเลอร์แก้มส้ม 1-2 CC

  • ฉีดฟิลเลอร์ปาก 1-2 CC 

  • ฉีดฟิลเลอร์คาง 1-3 CC 

  • ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม 1-3 CC

  • ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 1-2 CC

  • ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก 2-3 CC

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

  1. ช่วยชะลอวัย ลดการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้ เนื่องจากฟิลเลอร์เป็นสารที่อุ้มน้ำ มีความยืดหยุ่น เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวก็จะทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดมีความชุ่มชื้นและมีน้ำไปหล่อเลี้ยงมากขึ้นกว่าเดิม หลังฟิลเลอร์สลายหมดคอลลาเจนและอิลาสตินของร่างกายจะยังคงอยู่ สภาพผิวก็จะดีกว่าตอนที่ยังไม่ได้ฉีดฟิลเลอร์

  2. หลังฉีดเห็นผลทันที ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ 

  3. เป็นหัตถการที่ปลอดภัย และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง เนื่องจากฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. จะมีความปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ สามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้าง

  4. ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีรอยแผลเป็น

  5. สามารถฉีดใหม่ได้เรื่อย ๆ ตามความเหมาะสม โดยไม่ต้องรอให้ฟิลเลอร์สลายหมดก่อน หรือหากหลังจากที่ฟิลเลอร์สลายไปหมดแล้ว อยากเติมเพิ่มอีก ก็สามารถเปลี่ยนยี่ห้อฟิลเลอร์ได้ ไม่จำเป็นต้องฉีดยี่ห้อเดิม

  6. ให้ผลได้แม่นยำ ดูเป็นธรรมชาติกว่าการเติมเต็มด้วยวิธีอื่น ๆ

  7. เหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม คาง

  8. ไม่มีความเสี่ยงในการวางยาสลบ

ก่อนฉีดFiller
  • ศึกษาข้อมูล: ควรทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการฉีดประเภทนั้นๆ ก่อนรับบริการ

  • เลือกสถานพยาบาล: เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น

  • ตรวจสอบผลิตภัณฑ์: ต้องมั่นใจว่าเป็น ของแท้ ที่ผ่านการรับรองจาก อย. เท่านั้น

  • งดยาและวิตามิน: งดกลุ่มยาที่ลดการแข็งตัวของเลือด หรืออาหารเสริมที่ทำให้เลือดออกง่าย เพื่อลดรอยเขียวช้ำ

  • งดการรบกวนผิว: งดการสครับใบหน้า 2-3 วันก่อนทำ เพื่อป้องกันผิวระคายเคืองและลดอาการเขียวช้ำ

  • แจ้งประวัติสุขภาพ: หากมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มขั้นตอนเสมอ

รวมโปรแกรมก่อนดื่ม
  • ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชม. ก่อนทำ

  • ในบางเคสที่มีการทานยาประจำ แพทย์จะพิจารณาให้กินยาห้ามเลือด หรือฉีดยาลดบวม เพื่อลดความเสี่ยงในการบวมช้ำ อักเสบติดเชื้อ

  • ควรงดการออกกำลังกาย เข้าซาวน่า หรือทำกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด

  • สามารถแจ้งเพื่อขอแปะยาชาก่อนฉีดฟิลเลอร์ได้

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์

ขั้นตอนFiller
  1. ปรึกษาแพทย์ ก่อนตัดสินใจฉีดควรนัดเข้ามาปรึกษาปัญหาและให้หมอช่วยประเมินใบหน้า เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุด

  2. เลือกชนิดของฟิลเลอร์และรุ่นที่เหมาะสม แพทย์จะช่วยประเมินใบหน้า และแนะนำฟิลเลอร์ว่าควรใช้รุ่นไหน ยี่ห้อไหน ให้เหมาะสมกับจุดที่ฉีด

  3. ทำความสะอาดใบหน้าในจุดที่ฉีด ถ้าแต่งหน้ามาก็จะมีการเช็ดเครื่องสำอางในบริเวณที่จะฉีด เพื่อความสะอาดและปลอดภัยครับ

  4. ก่อนเริ่มฉีดฟิลเลอร์ ตรวจสอบว่าเป็นของแท้ ควรให้หมอแกะกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นของแท้จริง ๆ ครับ

  5. ฉีดฟิลเลอร์โดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ 5-10 ปี

  6. แปะยาชาและประคบน้ำแข็งก่อนฉีดฟิลเลอร์ เพื่อช่วยลดความเจ็บจากเข็ม แต่ในเนื้อฟิลเลอร์บางรุ่นจะมียาชาผสมอยู่แล้วก็จะช่วยลดความเจ็บจากเข็มได้ด้วยเช่นกันครับ 

  7. หมอแนะนำวิธีดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ หลังจากฉีดฟิลเลอร์เรียบร้อยแล้วหมอจะแนะนำวิธีการดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อรักษาให้ฟิลเลอร์เข้าที่และอยู่ได้นานขึ้นครับ

  8. หลังฉีดฟิลเลอร์มีการนัดติดตามผลหลังทำทุกเคส

อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์

หลังฉีดฟิลเลอร์อาจมีอาการบวมแดงจากเข็มเป็นปกติครับ อาการบวมจะค่อย ๆ หายไปใน 1-2 สัปดาห์ และจะมีรอยเข็มเล็ก ๆ ในจุดที่ฉีด สามารถหายไปเองใน 2-3 วัน ไม่ต้องกังวลครับ

ฉีดฟิลเลอร์ บวมกี่วัน กี่วันเห็นผล ?

หลังฉีดฟิลเลอร์จะเห็นผลทันทีหลังฉีด และจะเห็นผลเต็มที่ใน 2-3 สัปดาห์ครับ โดยหลังฉีดจะมีอาการบวมประมาณ 3-5 วัน แต่อาการเหล่านี้สามารถหายเองได้ครับ 

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์

หลังทำทันที

หลังฉีดฟิลเลอร์จะเห็นผลทันทีหลังฉีด และจะเห็นผลเต็มที่ใน 2-3 สัปดาห์ครับ โดยหลังฉีดจะมีอาการบวมประมาณ 3-5 วัน แต่อาการเหล่านี้สามารถหายเองได้ครับ 

หลังฉีดFiller

ฉีดสลายฟิลเลอร์

การฉีดสลายฟิลเลอร์ คือการใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสมาช่วยย่อยสลายฟิลเลอร์กลุ่ม Hyaluronic หรือ ฟิลเลอร์แท้ ซึ่งเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสจะทำหน้าที่โดยตรงในการลดการกักเก็บน้ำ ไขมัน และทำลายการยึดเกาะของสารเติมเต็มอย่างฟิลเลอร์ เพื่อปรับโครงสร้างเกี่ยวกับเนื้อเยื่อ ปรับสมดุลผิวในบริเวณที่มีฟิลเลอร์อยู่ให้กลับมาเหมือนเดิม หรือใกล้เคียงอย่างเดิมมากที่สุดครับ

การขูดฟิลเลอร์

การขูดฟิลเลอร์ จะใช้ในกรณีที่คนไข้ฉีดฟิลเลอร์ของปลอมครับ เพราะฟิลเลอร์ปลอมจะไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ ทำให้ต้องขูดฟิลเลอร์ออก ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปเนื้อเยื่อของร่างกายจะมาเกาะรวมกับฟิลเลอร์ จนทำให้เกิดเป็นพังผืดได้

ฉีดฟิลเลอร์ที่ ALL D CLINIC ดีอย่างไร ?

ALL D CLINIC เป็นคลินิกปรับรูปหน้าที่มุ่งเน้นและให้ความสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยและคุณภาพ เรามีทีมแพทย์ชำนาญการ ที่คอยให้คำแนะนำ วิเคราะห์ ประเมินใบหน้าและแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำตรงจุด

ทีมแพทย์ทุกคน มีการเทรนนิ่ง อัพเดทความรู้เพิ่มเติมทั้งในและต่างประเทศเป็นประจำทุกปี เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์จะเป็นเทคนิคพิเศษเฉพาะของ ALL D CLINIC ที่มุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ มีการติดตามผลหลังทำทุกเคส

 

ปัจจุบัน All D Clinic เปิดให้บริการครอบคุลุมทั่วกรุงเทพฯ และมีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการปรับรูปหน้าคอยให้คำแนะนำโดยตรง ไม่ผ่านเซลล์ เพื่อเลือกหัตถการที่เหมาะสมกับปัญหาและสภาพผิวของแต่ละคน มีการติดตามหลังการรักษาทุกเคสครับ

ปรึกษา

สำหรับคนไข้ที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ ALL D CLINIC ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

รีวิวฟิลเลอร์ปาก
Filler
รีวิวฟิลเลอร์คาง
Filler
รีวิวฟิลเลอร์ขมัม+ใต้ตา
Filler
รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา
Filler
รีวิวฟิลเลอร์ร่องแก้ม/ หน้าแก้ม
Filler
สรุป
ฟิลเลอร์จัดเป็นสารเติมเต็มที่สามารถแก้ปัญใบหน้าได้หลากหลาย หลังฉีดจะเห็นผลทันที ไม่ต้องพักฟื้น และสามารถฉีดเติมใหม่ได้เรื่อย ๆ โดยไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย
 
สิ่งที่สำคัญที่สุดเพื่อให้การฉีดฟิลเลอร์ คนไข้ควรเลือกคลินิกเสริมความงามที่ได้มาตรฐาน และเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น เพื่อผลลัพธ์ออกมาดี ปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุดครับ
AllDClinic
bottom of page