ดริปวิตามิน ตัวช่วยให้ผิวกระจ่างใส มีประโยชน์อะไรบ้าง ต่างกับฉีดวิตามินผิวใสอย่างไร ?

นอกจากการดูแลผิวหน้าแล้ว ผิวกายก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม หลาย ๆ คนมีปัญหาผิวหมองคล้ำ ผิวแห้ง ผิวไม่กระจ่างใส ทาครีมหรือใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเท่าไหร่ก็ไม่หาย จึงมองหาตัวช่วยที่จะช่วยฟื้นฟูผิวที่เห็นผลได้เร็วและชัดเจน การดริปวิตามินหรือการฉีดวิตามินผิวใส เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมครับ
การดริปวิตามิน การฉีดวิตามินผิว เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ? มีกี่สูตร ? อันตรายหรือมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้างหลังฉีด ควรทำบ่อยแค่ไหนถึงจะเห็นผล และข้อควรรู้เกี่ยวกับการดริปวิตามินผิวที่ควรทราบก่อนตัดสินใจทำ หมอรวบรวมไว้ในบทความนี้แล้วครับ
สารบัญ ดริปวิตามินผิว
-
ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกคลินิกดริปวิตามิน
ดริปวิตามิน คืออะไร ?
การดริปวิตามิน หรือ Intravenous Vitamin Therapy และมีชื่อเรียกสั้น ๆ อีกหลายชื่อ เช่น IV drip, Vitamin drip, IV booster, วิตามินบำบัด, การฉีดวิตามินผิวขาว ซึ่งล้วนหมายถึงการให้สารน้ำและวิตามินเข้าสู่ร่างกายผ่านทางหลอดเลือดดำครับ โดยส่วนประกอบในตัวยาจะแตกต่างกันไปในแต่ละสูตรและแต่ละคลินิก หมอสามารถเลือกหรือปรับสูตรให้ตรงกับสภาพผิวหรือสุขภาพของคนไข้ได้ตามความเหมาะสมครับ
วิธีการฉีดวิตามินผิว มีหลัก ๆ 2 แบบ ได้แก่
-
IV drip หรือ IV infusion คือการให้ยาผ่านทางสายน้ำเกลือ โดยจะผสมวิตามินและสารน้ำต่าง ๆ กับน้ำเกลือ จากนั้นค่อย ๆ ปล่อยยาเข้าร่างกายคนไข้ ในอัตราและความเข้มข้นเท่ากัน ๆ ตลอดกระบวนการ ใช้เวลาในการทำ 15-120 นาทีครับ (ขึ้นอยู่กับปริมาณและสูตรวิตามิน)
-
IV bolus หรือ IV push คือการให้ยาโดยการฉีดเข้าหลอดเลือดดำโดยตรง ไม่ผสมน้ำเกลือ ใช้เวลาในการทำไม่เกิน 30 นาที ข้อดีคือสารน้ำและวิตามินจะถูกดูดซึมได้ไว ออกฤทธิ์เร็ว แต่มีข้อจำกัดในคนไข้ที่มีเส้นเลือดเล็ก อาจเกิดอาการบวมช้ำและแสบได้ แต่ก็ไม่มีอันตรายครับ
การฉีดวิตามินผิวทั้งแบบผสมน้ำเกลือและไม่ผสมน้ำเกลือ ให้ผลลัพธ์ที่ไม่แตกต่างกัน แต่ละคลินิกจะเลือกใช้วิธีใดก็ได้ครับ สิ่งสำคัญคือสูตรของวิตามินผิว ควรจะประกอบด้วยส่วนผสมที่ไม่อันตราย ทำหัตถการโดยแพทย์ ก็จะให้ผลลัพธ์ที่ดีและมีความปลอดภัยครับ
นอกจากนี้การฉีดวิตามิน สามารถฉีดเข้าชั้นผิวเพื่อใช้บำรุงผิวหน้าได้ด้วย หรือที่เรียกว่า การฉีดเมโสหน้าใส เช่น การฉีดมาเด้คอลลาเจน เพื่อช่วยบำรุงผิวหน้าเร่งด่วน ลดสิว ลดผื่น แก้ไขปัญหาหน้าหมองคล้ำ ลดหน้ามัน ช่วยให้หน้าใส ลดรอยด่างดำโดยเป็นการดูแลผิวหน้าโดยเฉพาะ แตกต่างกับการดริปวิตามินเข้าทางหลอดเลือดที่เป็นการบำรุงผิวทั่วร่างกายครับ
ดริปวิตามิน แตกต่างกับวิตามินแบบรับประทานอย่างไร ?
การรับวิตามินเข้าสู่ร่างกายนอกเหนือจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว สามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการรับประทานวิตามินในรูปแบบเม็ด การฉีดวิตามิน การอมวิตามินใต้ลิ้น รวมถึงการทาวิตามินเพื่อให้ซึมเข้าผิวหนัง โดยวิธีที่นิยม คือ การรับวิตามินแบบรับประทาน และ การรับวิตามินแบบการฉีดครับ

หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า วิตามินแบบรับประทาน กับดริปวิตามิน ให้ผลลัพธ์ต่างกันอย่างไร ?
ข้อดีของการรับวิตามินผ่านทางการรับประทาน คือ มักจะมาในรูปแบบยาเม็ดสามารถทานได้ง่าย ไม่ต้องเจ็บตัว ช่วยบำรุงร่างกายแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่กว่าที่วิตามินจะถูกร่างกายนำมาใช้ จะต้องผ่านกระบวนการย่อยอาหารและการดูดซึม ซึ่งแต่ละบุคคลมีความสามารถในการดูดซึมได้ไม่เท่ากัน
โดยเฉลี่ยแล้วร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินได้เพียง 50% ของที่รับประทานเข้าไปเท่านั้นครับ นอกจากนี้หากต้องการวิตามินหลายชนิด จะต้องรับประทานวิตามินหลายเม็ดในแต่ละครั้งครับ

ส่วนการรับวิตามินในรูปแบบการฉีดหรือดริปวิตามิน มีข้อดีคือร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้ทันที ไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อย ไม่ต้องผ่านการกรอง ช่วยบำรุงผิวพรรณและฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ วิตามินส่วนเกินจะขับออกทางการปัสสาวะและอุจจาระได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีสารตกค้าง
ทั้งนี้วิตามินบางชนิดเหมาะกับการรับประทาน บางชนิดเหมาะกับการนำมาฉีด แต่ละคนมีความต้องการแต่ละชนิดในปริมาณที่แตกต่างกัน ดังนั้นเพื่อให้การรับวิตามินมีประสิทธิภาพมากที่สุด ควรตรวจร่างกายและปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
ดริปวิตามิน VS กินวิตามิน แบบไหนดีกว่ากัน ?
วิตามินบางชนิดเหมาะกับการรับประทาน บางชนิดเหมาะกับการนำมาฉีด แต่ละคนมีความต้องการแต่ละชนิดในปริมาณที่แตกต่างกัน
ทั้งการดริปวิตามินและการกินวิตามิน สามารถทำควบคู่กันได้ เช่น ถ้ากินวิตามินตัวนี้ไปแล้ว ก็อาจเลือกดริปวิตามินตัวอื่น ๆ ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพของวิตามินที่ได้รับให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้การรับวิตามินมีประสิทธิภาพมากที่สุด ควรตรวจร่างกายและปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งครับ
การดริปวิตามินอันตรายไหม ?
การดริปวิตามินผิวหรือการฉีดผิวขาว อันตรายไหม คำตอบคือไม่อันตรายครับ หากทำการฉีด ควบคุมสูตรยาโดยแพทย์ มีการประเมินร่างกายและซักประวัติการแพ้ยาและอาหารก่อน ตัวยาและวิตามินที่ใช้เป็นสารที่มีความปลอดภัย สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ และทำในคลินิกที่มีมาตรฐานครับ
ส่วนการฉีดวิตามินที่ต้องระวัง หรือข้อควรระวังของการดริปวิตามินคือ การฉีดวิตามินที่ไม่ทราบแหล่งที่มาของตัวยา ฉีดโดยหมอกระเป๋า บุคคลที่รับฉีดตามบ้าน เพราะถ้าฉีดด้วยอัตราการฉีดที่เร็วเกินไป เกิดฟองอากาศขณะฉีด เทคนิคการฉีดไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อและเป็นอันตรายได้ครับ
ดริปวิตามิน มีประโยชน์อย่างไร ?
-
เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน : การดริปวิตามินมีประโยชน์ต่อร่างกายช่วยให้แข็งแรงขึ้น ลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วย
-
ฟื้นฟูร่างกาย : ลดอาการอ่อนเพลีย ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้น
-
บำรุงผิวพรรณ : ช่วยให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง ลดเลือนริ้วรอย
-
เพิ่มพลังงาน : ช่วยลดอาการเหนื่อยล้า ช่วยให้ร่างกายมีพลังงานมากขึ้น
-
บำรุงสุขภาพโดยรวม : ช่วยปรับสมดุลของร่างกาย และเสริมสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาว
ดริปวิตามิน ช่วยอะไรได้บ้าง ?
การดริปวิตามินหรือการฉีดวิตามิน มีหลายสูตรขึ้นกับจุดประสงค์ในการฉีด ทั้งการดริปวิตามินเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน หรือในวงการความงามคือนิยมฉีดวิตามินเพื่อเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว บำรุงผิวพรรณ เสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิวครับ ดริปวิตามินช่วยอะไรได้บ้าง สรุปได้ดังนี้
-
ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิว ผิวเต่งตึง ดูสุขภาพดี
-
ช่วยบำรุงผิว เพิ่มความขาวกระจ่างใส
-
ปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ ช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรง
-
ช่วยเสริมสร้างการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ
-
กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
-
ลดอาการอ่อนเพลีย
ทั้งนี้ผลของการฉีดวิตามินผิว ยังขึ้นกับสภาวะทางร่างกายของแต่ละบุคคล สภาพผิวเดิม การบำรุงผิว และพฤติกรรมการใช้ชีวิตด้วยครับ

ดริปวิตามิน เหมาะกับใคร ?
-
เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายอย่างเร่งด่วน
-
เหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย นอนน้อย หน้าโทรม
-
เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวอย่างเร่งด่วน ไม่มีเวลาทาครีมหรือดูแลตัวเอง
-
เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวคล้ำเสีย ผิวแห้งกร้าน ผิวแพ้ง่าย
-
เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาภูมิแพ้ เป็นหวัดบ่อย ระบบภูมิต้านทานทำงานบกพร่อง
ขั้นตอนการดริปวิตามิน (IV Drip)

-
ผู้ที่ต้องการดริปวิตามินผิว เข้าตรวจร่างกายกับแพทย์ ตรวจวัดความดัน ชีพจร ซักประวัติการแพ้ยา น้ำหนัก ส่วนสูง ประเมินปัญหาสภาพร่างกายและความต้องการของการรักษา
-
หมอประเมินและเลือกสูตรวิตามินให้เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของคนไข้
-
ทำความสะอาดบริเวณที่จะแทงเข็ม
-
หมอจะทำการฉีดวิตามินเข้าเส้นเลือดดำบริเวณข้อมือหรือข้อพับแขน หากใช้การฉีดแบบ IV drip หรือ IV infusion จะใช้เวลาประมาณ 15-120 นาที หรือจนกว่าวิตามินจะหมดหลอดขึ้นอยู่กับสูตรและปริมาณของวิตามิน
-
ระหว่างการเดินยาคนไข้อาจจะรู้สึกปวด ๆ ตึง ๆ บริเวณที่ฉีดได้เป็นปกติ
-
หลังเสร็จจะทำการถอดเข็มและปิดแผล โดยคนไข้สามารถกลับบ้านได้ตามปกติ

Drip Vitamin กี่ครั้งเห็นผล ?
การดริปวิตามินผิวหรือการฉีดผิวขาว กี่ครั้งเห็นผล เป็นการทำให้ร่างกายได้รับวิตามินและถูกดูดซึมอย่างรวดเร็ว จะเห็นว่าผิวดูชุ่มชื้น ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด แต่ต้องอาศัยการฉีดต่อเนื่องทุกสัปดาห์เพื่อฟื้นฟูผิวและปรับสภาพผิว ระยะเวลาเห็นผลเต็มที่จะอยู่ที่ประมาณ 4 สัปดาห์ครับ
ต้องดริปวิตามินบ่อยแค่ไหน ?
การดริปวิตามินผิวหรือการฉีดวิตามินผิวใส ควรเว้นระยะห่างในการฉีดแต่ละครั้งอย่างเหมาะสม ไม่บ่อยจนเกินไป แต่ต้องฉีดต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อรักษาผลลัพธ์ โดยหมอแนะนำว่าในช่วง 1 เดือนแรก ควรฉีดสัปดาห์ละครั้งเพื่ อปรับสภาพผิว หลังจากนั้นเว้นระยะทุก ๆ 2-3 สัปดาห์ต่อการฉีด 1 ครั้งได้ครับ

การเตรียมตัวก่อนดริปวิตามิน

-
พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
-
รับประทานอาหารมาก่อน ไม่ควรดริปขณะท้องว่าง
-
ดื่มน้ำให้เพียงพอ ก่อนเข้ารับบริการ
-
หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนดริป
-
แจ้งประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว
ความรู้สึกระหว่างและหลังการดริปวิตามิน
- อาจรู้สึกเย็นบริเวณแขนหรือเส้นเลือด เกิดจากน้ำเกลือและวิตามินที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าร่างกาย
- รู้สึกตึงเล็กน้อยบริเวณที่เจาะเข็ม
- อาจรู้สึกขมในปากหรือมีกลิ่นวิตามินเบา ๆ เช่น กลิ่นวิตามิน B หรือ NAC ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
- หากดริปเร็วเกินไป อาจมีอาการแสบเส้นหรือมึนหัวได้
-
ความรู้สึกระหว่างดริป
- รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า พลังงานดีขึ้น เหมือนร่างกายฟื้นตัวเร็ว
- ปัสสาวะบ่อยหรือสีเข้มกว่าปกติ เป็นการขับวิตามินส่วนเกินออกทางไต ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
- เจ็บหรือช้ำเล็กน้อยบริเวณที่แทงเข็ม หายได้เองใน 7-14 วัน หากมีรอยช้ำให้ประคบเย็นและทาเจลลดรอยช้ำ
-
ความรู้สึกหลังดริป
หลังดริปวิตามิน ดูแลตัวเองอย่างไร ?

- หลีกเลี่ยงการนวดถูผิวบริเวณที่ทำ
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และทาครีมกันแดดที่มี SPF สูง
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
- ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1.5-2 ลิตร
ผลข้างเคียงหลังการดริปวิตามินมีหรือไม่ ?
ผลข้างเคียงหลังการดริปวิตามินที่สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น
-
มีรอยช้ำหรือเจ็บบริเวณที่แทงเข็ม ซึ่งจะค่อย ๆ หายได้เองใน 7-14 วัน
-
ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม หรือมีกลิ่นวิตามิน โดยเฉพาะวิตามิน B เป็นเรื่องปกติ ไม่อันตราย
-
มึนหัว หรืออ่อนเพลียเล็กน้อย พบได้ในบางคน หากดริปเร็วเกินไป หรือพักผ่อนไม่พอ
-
คลื่นไส้ เวียนหัว หรือใจสั่น อาจเกิดจากร่างกายตอบสนองต่อปริมาณวิตามินมากเกินไป
-
ผื่นหรืออาการแพ้ (พบได้น้อยมาก) เช่น คัน ผื่นแดง หายใจติดขัด ควรหยุดดริปและพบแพทย์ทันที
ดริปวิตามินสูตรไหนดี ?
ที่ BYB Clinic มีโปรแกรมดริปวิตามิน 7 สูตรให้เลือก คือ
Aura White
1,999.-
-
ผิวใสไว ลดหมองคล้ำ
-
เหมาะกับ คนที่ผิวคล้ำ ขาดน้ำ
-
วิตามิน C เข้มข้น + NAC
-
ผิวใส ลดจุดด่างดำ
-
1–2 ครั้ง/สัปดาห์ (คอร์ส 4–6 ครั้ง)


Immoune Booster
2,999.-
-
เสริมภูมิคุ้มกัน ลดภูมิแพ้
ภูมิแพ้ หอบหืด ผิวไม่สดใส
วิตามิน C, สารอาหารภูมิคุ้มกัน
-
ช่วยให้ผิวกระจ่างใส
-
1 ครั้ง/สัปดาห์


Chelation
2,999.-
-
เพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดอักเสบ
-
คนพักผ่อนน้อย ป่วยบ่อย
-
Vitamin B-complex, C, NAC
-
ผิวสดใสแบบสุขภาพดี
-
1 ครั้ง/สัปดาห์


Perfect Aura
3,999.-
-
ผิวออร่า กระจ่างใสขั้นสุด
-
คนที่ผิวโทรมจากแดด ผิวหมอง
-
วิตามิน C สูตรเข้มข้น
-
ผิวฉ่ำวาว ขาวเนียนเร็ว
-
1–2 ครั้ง/สัปดาห์


Energy Booster
3,999.-
-
ลดไมเกรน เหนื่อย เพลีย
-
ไมเกรน นอนน้อย อ่อนล้า
-
วิตามิน B1-B6, C, Mg, Ca
-
ผิวสดใสจากภายใน
-
1 ครั้ง/สัปดาห์


Liver Detox
3,999.-
-
ล้างพิษตับ ลดไขมันพอกตับ
-
ดื่มบ่อย ไขมันพอกตับ
-
วิตามิน C, B, กลูต้าไธโอน, Mg
-
ลดหมองคล้ำจากของเสียสะสม
-
อยู่ได้นาน 4 – 6 เดือน
-
เหมาะลดริ้วรอย หน้าเรียบ ธรรมชาติ
-
1–2 ครั้ง/สัปดาห์


Weight loss
3,999.-
-
เร่งเผาผลาญ ลดไขมันส่วนเกิน
-
ควบคุมน้ำหนัก ลดพุง
-
L-Carnitine + วิตามินลดไขมัน
-
รูปร่างกระชับ ผิวไม่โทรม
-
1–2 ครั้ง/สัปดาห์


ดริปวิตามินราคาเท่าไหร่ ?
ราคาดริปวิตามินผิว ฉีดวิตามินผิว ราคาของแต่ละคลินิกจะมีความแตกต่างกัน ตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหมื่น ขึ้นกับสูตรและตัวยาที่ใช้ เนื่องจากการฉีดวิตามินผิวต้องอาศัยการฉีดต่อเนื่องเพื่อคงผลลัพธ์ ดังนั้นแต่ละคลินิกจึงมักมีราคาแบบเป็นคอร์สด้วย
จะได้ราคาที่ถูกกว่าการฉีดเป็นรายครั้งครับ


ดริปวิตามินที่ไหนดี ?
การเลือกคลินิกดริปวิตามินหรือฉีดวิตามินผิวใส ควรศึกษาข้อมูลแต่ละคลินิกอย่างละเอียด เป็นคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง จากกระทรวงสาธารณสุ ข สามารถขอดูรายละเอียดสูตรยาที่ใช้ได้ นอกจากนี้ควรฉีดโดยแพทย์เท่านั้นครับ
ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกคลินิกดริปวิตามิน

-
ความน่าเชื่อถือของคลินิก : ควรเลือกคลินิกที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ, มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง
-
ความสะอาดและมาตรฐานของคลินิก : คลินิกควรมีพื้นที่สะอาด ปลอดเชื้อ และใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน
-
คุณภาพของวิตามิน : ตรวจสอบว่าคลินิกใช้วิตามินที่ได้มาตรฐานและได้รับการรับรองจาก อย. คลินิกสามารถบอกส่วนประกอบของวิตามิน หรือที่สารที่ใช้ประกอบในแต่ละสูตรได้
นอกจากนี้สูตรวิตามินบางสูตรมีตัวยาที่ไวต่อแสง อาจสลายได้เมื่อโดนแสง คลินิกจึงควรมีถุงคลุมหรือมีการป้องกันแสง -
ราคาและโปรโมชั่น : ควรเปรียบเทียบราคาและโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม ไม่ควรเลือกใช้บริการดริปวิตามินราคาถูก
-
ความสะดวกในการเดินทาง : เลือกคลินิกที่เดินทางสะดวกและมีสาขาใกล้บ้าน
-
ติดตามผล : หลังการดริปวิตามิน คลินิกควรมีติดตามผลการรักษา
คำแนะนำเพิ่มเติม
-
การปรึกษาแพทย์ : ก่อนเข้ารับบริการดริปวิตามิน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพร่างกายและเลือกสูตรวิตามินที่เหมาะสม
-
ศึกษาข้อมูล : คนไข้ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริการดริปวิตามิน และข้อควรระวังต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ




คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดริปวิตามิน
การดริปวิตามินผิวในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น หรือใช้ตัวยาหรือวิตามินที่ไม่ได้อยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์ อาจทำให้เกิดภาวะวิตามินเกิน หรือได้รับวิตามินที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจส่งผลเสียต่อตับได้
ดริปผิวมีผลต่อตับไหม ?
การดริปผิวที่เหมาะสม และมีกระบวนการที่ถูกต้องได้มาตรฐาน โดยทั่วไปไม่มีผลเสีย หรือข้อเสียครับ ส่วนข้อเสียหรือผลเสียที่หลาย ๆ คนกังวล มักมาจากการดริปผิวที่ไม่เหมาะสม เช่น ทำในสถานที่ที่ไม่สะอาด หรือใช้เข็มฉีดยาที่ไม่สะอาด อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ หรือผลเสียต่อไตและตับ หากดริปผิวบ่อย ๆ และใช้ตัวยาหรือวิตามินในนปริมาณมาก อาจทำให้ตับและไตทำงานหนักขึ้น ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับไตหรือตับอยู่เดิม
การดริปผิวมีข้อเสียอะไรบ้าง ?
โดยทั่วไปหลังดริปผิว คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติครับ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี หมอแนะนำให้เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ 1-2 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียต่อการฟื้นฟูผิว หรือลดประสิทธิภาพของตัวยา
แนะนำ ดื่มน้ำให้เพียงพอ (ประมาณ 1-2 ลิตร) เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และทานอาหารที่มีประโยชน์เน้นอาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุสูง เพื่อบำรุงผิวพรรณ
ดริปผิวห้ามกินอะไร ?
การดริปวิตามินผิว ไม่ได้ทำให้ผิวขาวขึ้นโดยตรงครับ แต่ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นได้ เนื่องจากการดริปวิตามินผิว หรือการดริปผิวใส เป็นการให้วิตามินและสารอาหารต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายทางหลอดเลือดโดยตรง ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที และสูตรดริปวิตามินผิว ส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบของวิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว จึงช่วยทำให้ผิวดูขาวขึ้น
ทั้งนี้ระดับความขาวใสของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและการดูแลผิวอย่างต่อเนื่องครับ
หลังดริปวิตามิน ขาวขึ้นจริงไหม ?


การดริปวิตามินพร้อมกันหลายสูตร สามารถทำได้ในบางสูตรครับ หากคนไข้มีสูตรที่สนใจและต้องการทำคู่กัน หรือดริปวิตามินพร้อมกัน หมอจะต้องดูส่วนผสมของแต่ละสูตรก่อน ถึงจะแจ้งว่าท ำพร้อมกันได้หรือไม่ครับ
การดริปวิตามิน สามารถดริปหลายสูตรพร้อมกันได้ไหม ?
ไม่อันตรายครับ การดริปวิตามินบำรุงร่างกายสามารถทำได้เรื่อย ๆ เนื่องจากร่างกายเรามีการนำวิตามินไปใช้อยู่ตลอด ส่วนระยะเวลาสามารถเว้นตามความเหมาะสมของวิตามินแต่ละสูตรได้เลย ทั้งนี้การดริปวิตามินอย่างปลอดภัยต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ครับ
ดริปวิตามินบ่อย ๆ ติดต่อกันนานหลายเดือนอันตรายไหม ?
เราสามารถกินวิตามินและดริปวิตามินในช่วงเวลาเดียวกันได้ครับ เนื่องจากวิตามินแบบรับประทานมีความเข้มข้นของตัวยาน้อยมาก แม้จะกินวิตามินอยู่แล้ว และดริปวิตามินเพิ่มก็ไม่ก่ออันตรายครับ
ดริปวิตามินด้วย กินวิตามินด้วยจะเป็นอะไรไหม ?
กรณีนี้ไม่จริงครับ การดริปวิตามินไม่ได้ทำให้เส้นเลือดบางลง แต่ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ระบบไหลเวียนโลหิตหรือระบบต่าง ๆ ในร่างกายดีขึ้นด้วย
ดริปวิตามินทำให้เส้นเลือดเปราะบาง เสี่ยงเส้นแตกจริงหรือไม่ ?
สรุปดริปวิตามินช่วยผิวขาวใส มีสุขภาพดีที่ดี
การดริปวิตามินหรือการฉีดวิตามินผิว เป็นวิธีที่ช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินและสารที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณได้อย่างรวดเร็ว เพราะสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิวหมองคล้ำและต้องการดูแลผิวอย่างเร่งด่วน แต่การจะฉีดวิตามินให้ปลอดภัย ต้องทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน สามารถตรวจสอบตัวยาได้ และฉีดโดยแพทย์เท่านั้นครับ

