top of page

ดริปวิตามิน ตัวช่วยให้ผิวกระจ่างใส มีประโยชน์อะไรบ้าง ต่างกับฉีดวิตามินผิวใสอย่างไร ?

Artboard 1.png

   นอกจากการดูแลผิวหน้าแล้ว ผิวกายก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม หลาย ๆ คนมีปัญหาผิวหมองคล้ำ ผิวแห้ง ผิวไม่กระจ่างใส ทาครีมหรือใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเท่าไหร่ก็ไม่หาย จึงมองหาตัวช่วยที่จะช่วยฟื้นฟูผิวที่เห็นผลได้เร็วและชัดเจน การดริปวิตามินหรือการฉีดวิตามินผิวใส เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมครับ

 

การดริปวิตามิน การฉีดวิตามินผิว เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ? มีกี่สูตร ? อันตรายหรือมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้างหลังฉีด ควรทำบ่อยแค่ไหนถึงจะเห็นผล และข้อควรรู้เกี่ยวกับการดริปวิตามินผิวที่ควรทราบก่อนตัดสินใจทำ หมอรวบรวมไว้ในบทความนี้แล้วครับ

สารบัญ ดริปวิตามินผิว

  • ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกคลินิกดริปวิตามิน

ดริปวิตามิน คืออะไร ?

การดริปวิตามิน หรือ Intravenous Vitamin Therapy และมีชื่อเรียกสั้น ๆ อีกหลายชื่อ เช่น IV drip, Vitamin drip, IV booster, วิตามินบำบัด, การฉีดวิตามินผิวขาว ซึ่งล้วนหมายถึงการให้สารน้ำและวิตามินเข้าสู่ร่างกายผ่านทางหลอดเลือดดำครับ โดยส่วนประกอบในตัวยาจะแตกต่างกันไปในแต่ละสูตรและแต่ละคลินิก หมอสามารถเลือกหรือปรับสูตรให้ตรงกับสภาพผิวหรือสุขภาพของคนไข้ได้ตามความเหมาะสมครับ

วิธีการฉีดวิตามินผิว มีหลัก ๆ 2 แบบ ได้แก่

  1. IV drip หรือ IV infusion คือการให้ยาผ่านทางสายน้ำเกลือ โดยจะผสมวิตามินและสารน้ำต่าง ๆ กับน้ำเกลือ จากนั้นค่อย ๆ ปล่อยยาเข้าร่างกายคนไข้ ในอัตราและความเข้มข้นเท่ากัน ๆ ตลอดกระบวนการ ใช้เวลาในการทำ 15-120 นาทีครับ (ขึ้นอยู่กับปริมาณและสูตรวิตามิน)

  2. IV bolus หรือ IV push คือการให้ยาโดยการฉีดเข้าหลอดเลือดดำโดยตรง ไม่ผสมน้ำเกลือ ใช้เวลาในการทำไม่เกิน 30 นาที ข้อดีคือสารน้ำและวิตามินจะถูกดูดซึมได้ไว ออกฤทธิ์เร็ว แต่มีข้อจำกัดในคนไข้ที่มีเส้นเลือดเล็ก อาจเกิดอาการบวมช้ำและแสบได้ แต่ก็ไม่มีอันตรายครับ

การฉีดวิตามินผิวทั้งแบบผสมน้ำเกลือและไม่ผสมน้ำเกลือ ให้ผลลัพธ์ที่ไม่แตกต่างกัน แต่ละคลินิกจะเลือกใช้วิธีใดก็ได้ครับ สิ่งสำคัญคือสูตรของวิตามินผิว ควรจะประกอบด้วยส่วนผสมที่ไม่อันตราย ทำหัตถการโดยแพทย์ ก็จะให้ผลลัพธ์ที่ดีและมีความปลอดภัยครับ

นอกจากนี้การฉีดวิตามิน สามารถฉีดเข้าชั้นผิวเพื่อใช้บำรุงผิวหน้าได้ด้วย หรือที่เรียกว่า การฉีดเมโสหน้าใส เช่น การฉีดมาเด้คอลลาเจน เพื่อช่วยบำรุงผิวหน้าเร่งด่วน ลดสิว ลดผื่น แก้ไขปัญหาหน้าหมองคล้ำ ลดหน้ามัน ช่วยให้หน้าใส ลดรอยด่างดำโดยเป็นการดูแลผิวหน้าโดยเฉพาะ แตกต่างกับการดริปวิตามินเข้าทางหลอดเลือดที่เป็นการบำรุงผิวทั่วร่างกายครับ

ดริปวิตามิน แตกต่างกับวิตามินแบบรับประทานอย่างไร ?

   การรับวิตามินเข้าสู่ร่างกายนอกเหนือจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว สามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการรับประทานวิตามินในรูปแบบเม็ด การฉีดวิตามิน การอมวิตามินใต้ลิ้น รวมถึงการทาวิตามินเพื่อให้ซึมเข้าผิวหนัง โดยวิธีที่นิยม คือ การรับวิตามินแบบรับประทาน และ การรับวิตามินแบบการฉีดครับ

Artboard 1_1.png

หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า วิตามินแบบรับประทาน กับดริปวิตามิน ให้ผลลัพธ์ต่างกันอย่างไร ?

 

ข้อดีของการรับวิตามินผ่านทางการรับประทาน คือ มักจะมาในรูปแบบยาเม็ดสามารถทานได้ง่าย ไม่ต้องเจ็บตัว ช่วยบำรุงร่างกายแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่กว่าที่วิตามินจะถูกร่างกายนำมาใช้ จะต้องผ่านกระบวนการย่อยอาหารและการดูดซึม ซึ่งแต่ละบุคคลมีความสามารถในการดูดซึมได้ไม่เท่ากัน

 

โดยเฉลี่ยแล้วร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินได้เพียง 50% ของที่รับประทานเข้าไปเท่านั้นครับ นอกจากนี้หากต้องการวิตามินหลายชนิด จะต้องรับประทานวิตามินหลายเม็ดในแต่ละครั้งครับ

DSC04817_edited.jpg

ส่วนการรับวิตามินในรูปแบบการฉีดหรือดริปวิตามิน มีข้อดีคือร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้ทันที ไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อย ไม่ต้องผ่านการกรอง ช่วยบำรุงผิวพรรณและฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ วิตามินส่วนเกินจะขับออกทางการปัสสาวะและอุจจาระได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีสารตกค้าง

 

ทั้งนี้วิตามินบางชนิดเหมาะกับการรับประทาน บางชนิดเหมาะกับการนำมาฉีด แต่ละคนมีความต้องการแต่ละชนิดในปริมาณที่แตกต่างกัน ดังนั้นเพื่อให้การรับวิตามินมีประสิทธิภาพมากที่สุด ควรตรวจร่างกายและปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ดริปวิตามิน VS กินวิตามิน แบบไหนดีกว่ากัน ?

วิตามินบางชนิดเหมาะกับการรับประทาน บางชนิดเหมาะกับการนำมาฉีด แต่ละคนมีความต้องการแต่ละชนิดในปริมาณที่แตกต่างกัน

 

ทั้งการดริปวิตามินและการกินวิตามิน สามารถทำควบคู่กันได้ เช่น ถ้ากินวิตามินตัวนี้ไปแล้ว ก็อาจเลือกดริปวิตามินตัวอื่น ๆ ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพของวิตามินที่ได้รับให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้การรับวิตามินมีประสิทธิภาพมากที่สุด ควรตรวจร่างกายและปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งครับ

การดริปวิตามินอันตรายไหม ?

การดริปวิตามินผิวหรือการฉีดผิวขาว อันตรายไหม คำตอบคือไม่อันตรายครับ หากทำการฉีด ควบคุมสูตรยาโดยแพทย์ มีการประเมินร่างกายและซักประวัติการแพ้ยาและอาหารก่อน ตัวยาและวิตามินที่ใช้เป็นสารที่มีความปลอดภัย สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ และทำในคลินิกที่มีมาตรฐานครับ

 

ส่วนการฉีดวิตามินที่ต้องระวัง หรือข้อควรระวังของการดริปวิตามินคือ การฉีดวิตามินที่ไม่ทราบแหล่งที่มาของตัวยา ฉีดโดยหมอกระเป๋า บุคคลที่รับฉีดตามบ้าน เพราะถ้าฉีดด้วยอัตราการฉีดที่เร็วเกินไป เกิดฟองอากาศขณะฉีด เทคนิคการฉีดไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อและเป็นอันตรายได้ครับ

ดริปวิตามิน มีประโยชน์อย่างไร ?

  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน : การดริปวิตามินมีประโยชน์ต่อร่างกายช่วยให้แข็งแรงขึ้น ลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วย

  • ฟื้นฟูร่างกาย : ลดอาการอ่อนเพลีย ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้น

  • บำรุงผิวพรรณ : ช่วยให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง ลดเลือนริ้วรอย

  • เพิ่มพลังงาน : ช่วยลดอาการเหนื่อยล้า ช่วยให้ร่างกายมีพลังงานมากขึ้น

  • บำรุงสุขภาพโดยรวม : ช่วยปรับสมดุลของร่างกาย และเสริมสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาว

ดริปวิตามิน ช่วยอะไรได้บ้าง ?

การดริปวิตามินหรือการฉีดวิตามิน มีหลายสูตรขึ้นกับจุดประสงค์ในการฉีด ทั้งการดริปวิตามินเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน หรือในวงการความงามคือนิยมฉีดวิตามินเพื่อเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว บำรุงผิวพรรณ เสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิวครับ ดริปวิตามินช่วยอะไรได้บ้าง สรุปได้ดังนี้

  • ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้ผิว ผิวเต่งตึง ดูสุขภาพดี

  • ช่วยบำรุงผิว เพิ่มความขาวกระจ่างใส

  • ปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ ช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรง

  • ช่วยเสริมสร้างการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ

  • กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

  • ลดอาการอ่อนเพลีย

ทั้งนี้ผลของการฉีดวิตามินผิว ยังขึ้นกับสภาวะทางร่างกายของแต่ละบุคคล สภาพผิวเดิม การบำรุงผิว และพฤติกรรมการใช้ชีวิตด้วยครับ

Artboard 1_2.png

ดริปวิตามิน เหมาะกับใคร ?

  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายอย่างเร่งด่วน

  • เหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย นอนน้อย หน้าโทรม

  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลผิวอย่างเร่งด่วน ไม่มีเวลาทาครีมหรือดูแลตัวเอง

  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวคล้ำเสีย ผิวแห้งกร้าน ผิวแพ้ง่าย

  • เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาภูมิแพ้ เป็นหวัดบ่อย ระบบภูมิต้านทานทำงานบกพร่อง

ขั้นตอนการดริปวิตามิน (IV Drip)

Screenshot 2568-11-12 at 17.57_edited.jp
  1. ผู้ที่ต้องการดริปวิตามินผิว เข้าตรวจร่างกายกับแพทย์ ตรวจวัดความดัน ชีพจร ซักประวัติการแพ้ยา น้ำหนัก ส่วนสูง ประเมินปัญหาสภาพร่างกายและความต้องการของการรักษา

  2. หมอประเมินและเลือกสูตรวิตามินให้เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการของคนไข้

  3. ทำความสะอาดบริเวณที่จะแทงเข็ม

  4. หมอจะทำการฉีดวิตามินเข้าเส้นเลือดดำบริเวณข้อมือหรือข้อพับแขน หากใช้การฉีดแบบ IV drip หรือ IV infusion จะใช้เวลาประมาณ 15-120 นาที หรือจนกว่าวิตามินจะหมดหลอดขึ้นอยู่กับสูตรและปริมาณของวิตามิน

  5. ระหว่างการเดินยาคนไข้อาจจะรู้สึกปวด ๆ ตึง ๆ บริเวณที่ฉีดได้เป็นปกติ

  6. หลังเสร็จจะทำการถอดเข็มและปิดแผล โดยคนไข้สามารถกลับบ้านได้ตามปกติ

Artboard 1.png

Drip Vitamin กี่ครั้งเห็นผล ?

การดริปวิตามินผิวหรือการฉีดผิวขาว กี่ครั้งเห็นผล เป็นการทำให้ร่างกายได้รับวิตามินและถูกดูดซึมอย่างรวดเร็ว จะเห็นว่าผิวดูชุ่มชื้น ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด แต่ต้องอาศัยการฉีดต่อเนื่องทุกสัปดาห์เพื่อฟื้นฟูผิวและปรับสภาพผิว ระยะเวลาเห็นผลเต็มที่จะอยู่ที่ประมาณ 4 สัปดาห์ครับ

ต้องดริปวิตามินบ่อยแค่ไหน ?

การดริปวิตามินผิวหรือการฉีดวิตามินผิวใส ควรเว้นระยะห่างในการฉีดแต่ละครั้งอย่างเหมาะสม ไม่บ่อยจนเกินไป แต่ต้องฉีดต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อรักษาผลลัพธ์ โดยหมอแนะนำว่าในช่วง 1 เดือนแรก ควรฉีดสัปดาห์ละครั้งเพื่อปรับสภาพผิว หลังจากนั้นเว้นระยะทุก ๆ 2-3 สัปดาห์ต่อการฉีด 1 ครั้งได้ครับ

Artboard 8.png

การเตรียมตัวก่อนดริปวิตามิน

Artboard7png.png
  1. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง

  2. รับประทานอาหารมาก่อน ไม่ควรดริปขณะท้องว่าง

  3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ ก่อนเข้ารับบริการ

  4. หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนดริป

  5. แจ้งประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว

ความรู้สึกระหว่างและหลังการดริปวิตามิน

- อาจรู้สึกเย็นบริเวณแขนหรือเส้นเลือด เกิดจากน้ำเกลือและวิตามินที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าร่างกาย

- รู้สึกตึงเล็กน้อยบริเวณที่เจาะเข็ม

- อาจรู้สึกขมในปากหรือมีกลิ่นวิตามินเบา ๆ เช่น กลิ่นวิตามิน B หรือ NAC ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

- หากดริปเร็วเกินไป อาจมีอาการแสบเส้นหรือมึนหัวได้

  • ความรู้สึกระหว่างดริป

- รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า พลังงานดีขึ้น เหมือนร่างกายฟื้นตัวเร็ว

- ปัสสาวะบ่อยหรือสีเข้มกว่าปกติ เป็นการขับวิตามินส่วนเกินออกทางไต ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

- เจ็บหรือช้ำเล็กน้อยบริเวณที่แทงเข็ม หายได้เองใน 7-14 วัน หากมีรอยช้ำให้ประคบเย็นและทาเจลลดรอยช้ำ

  • ความรู้สึกหลังดริป

หลังดริปวิตามิน ดูแลตัวเองอย่างไร ?

Artboard 1_3.png

- หลีกเลี่ยงการนวดถูผิวบริเวณที่ทำ

- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และทาครีมกันแดดที่มี SPF สูง

- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

- ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1.5-2 ลิตร

ผลข้างเคียงหลังการดริปวิตามินมีหรือไม่ ?

ผลข้างเคียงหลังการดริปวิตามินที่สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น

  • มีรอยช้ำหรือเจ็บบริเวณที่แทงเข็ม ซึ่งจะค่อย ๆ หายได้เองใน 7-14 วัน

  • ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม หรือมีกลิ่นวิตามิน โดยเฉพาะวิตามิน B เป็นเรื่องปกติ ไม่อันตราย

  • มึนหัว หรืออ่อนเพลียเล็กน้อย พบได้ในบางคน หากดริปเร็วเกินไป หรือพักผ่อนไม่พอ

  • คลื่นไส้ เวียนหัว หรือใจสั่น อาจเกิดจากร่างกายตอบสนองต่อปริมาณวิตามินมากเกินไป

  • ผื่นหรืออาการแพ้ (พบได้น้อยมาก) เช่น คัน ผื่นแดง หายใจติดขัด ควรหยุดดริปและพบแพทย์ทันที

ดริปวิตามินสูตรไหนดี ?

ที่ BYB Clinic มีโปรแกรมดริปวิตามิน 7 สูตรให้เลือก คือ

Aura White

1,999.-

  • ผิวใสไว ลดหมองคล้ำ

  • เหมาะกับ คนที่ผิวคล้ำ ขาดน้ำ

  • วิตามิน C เข้มข้น + NAC

  • ผิวใส ลดจุดด่างดำ

  • 1–2 ครั้ง/สัปดาห์ (คอร์ส 4–6 ครั้ง)

อ่านเพิ่ม
22.jpg

Immoune Booster

2,999.-

  • เสริมภูมิคุ้มกัน ลดภูมิแพ้

    ภูมิแพ้ หอบหืด ผิวไม่สดใส

    วิตามิน C, สารอาหารภูมิคุ้มกัน

  • ช่วยให้ผิวกระจ่างใส

  • 1 ครั้ง/สัปดาห์

อ่านเพิ่ม
22.jpg

Chelation

2,999.-

  • เพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดอักเสบ

  • คนพักผ่อนน้อย ป่วยบ่อย

  • Vitamin B-complex, C, NAC

  • ผิวสดใสแบบสุขภาพดี

  • 1 ครั้ง/สัปดาห์

อ่านเพิ่ม
22.jpg

Perfect Aura

3,999.-

  • ผิวออร่า กระจ่างใสขั้นสุด

  • คนที่ผิวโทรมจากแดด ผิวหมอง

  • วิตามิน C สูตรเข้มข้น

  • ผิวฉ่ำวาว ขาวเนียนเร็ว

  • 1–2 ครั้ง/สัปดาห์

อ่านเพิ่ม
22.jpg

Energy Booster

3,999.-

  • ลดไมเกรน เหนื่อย เพลีย

  • ไมเกรน นอนน้อย อ่อนล้า

  • วิตามิน B1-B6, C, Mg, Ca

  • ผิวสดใสจากภายใน

  • 1 ครั้ง/สัปดาห์

อ่านเพิ่ม
22.jpg

Liver Detox

3,999.-

  • ล้างพิษตับ ลดไขมันพอกตับ

  • ดื่มบ่อย ไขมันพอกตับ

  • วิตามิน C, B, กลูต้าไธโอน, Mg

  • ลดหมองคล้ำจากของเสียสะสม

  • อยู่ได้นาน 4 – 6 เดือน

  • เหมาะลดริ้วรอย หน้าเรียบ ธรรมชาติ

  • 1–2 ครั้ง/สัปดาห์

อ่านเพิ่ม
22.jpg

Weight loss

3,999.-

  • เร่งเผาผลาญ ลดไขมันส่วนเกิน

  • ควบคุมน้ำหนัก ลดพุง

  • L-Carnitine + วิตามินลดไขมัน

  • รูปร่างกระชับ ผิวไม่โทรม

  • 1–2 ครั้ง/สัปดาห์

อ่านเพิ่ม
22.jpg

ดริปวิตามินราคาเท่าไหร่ ?

   ราคาดริปวิตามินผิว ฉีดวิตามินผิว ราคาของแต่ละคลินิกจะมีความแตกต่างกัน ตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหมื่น ขึ้นกับสูตรและตัวยาที่ใช้ เนื่องจากการฉีดวิตามินผิวต้องอาศัยการฉีดต่อเนื่องเพื่อคงผลลัพธ์ ดังนั้นแต่ละคลินิกจึงมักมีราคาแบบเป็นคอร์สด้วย

จะได้ราคาที่ถูกกว่าการฉีดเป็นรายครั้งครับ

Artboard 2.png
Artboard 6.png

ดริปวิตามินที่ไหนดี ?

การเลือกคลินิกดริปวิตามินหรือฉีดวิตามินผิวใส ควรศึกษาข้อมูลแต่ละคลินิกอย่างละเอียด เป็นคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง จากกระทรวงสาธารณสุข สามารถขอดูรายละเอียดสูตรยาที่ใช้ได้ นอกจากนี้ควรฉีดโดยแพทย์เท่านั้นครับ

ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกคลินิกดริปวิตามิน

485065530_634267802573210_67383687186038
  • ความน่าเชื่อถือของคลินิก : ควรเลือกคลินิกที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ, มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง

  • ความสะอาดและมาตรฐานของคลินิก : คลินิกควรมีพื้นที่สะอาด ปลอดเชื้อ และใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน

  • คุณภาพของวิตามิน : ตรวจสอบว่าคลินิกใช้วิตามินที่ได้มาตรฐานและได้รับการรับรองจาก อย. คลินิกสามารถบอกส่วนประกอบของวิตามิน หรือที่สารที่ใช้ประกอบในแต่ละสูตรได้
    นอกจากนี้สูตรวิตามินบางสูตรมีตัวยาที่ไวต่อแสง อาจสลายได้เมื่อโดนแสง คลินิกจึงควรมีถุงคลุมหรือมีการป้องกันแสง

  • ราคาและโปรโมชั่น : ควรเปรียบเทียบราคาและโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม ไม่ควรเลือกใช้บริการดริปวิตามินราคาถูก

  • ความสะดวกในการเดินทาง : เลือกคลินิกที่เดินทางสะดวกและมีสาขาใกล้บ้าน

  • ติดตามผล : หลังการดริปวิตามิน คลินิกควรมีติดตามผลการรักษา

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • การปรึกษาแพทย์ : ก่อนเข้ารับบริการดริปวิตามิน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพร่างกายและเลือกสูตรวิตามินที่เหมาะสม

  • ศึกษาข้อมูล : คนไข้ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริการดริปวิตามิน และข้อควรระวังต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ

539697308_753123654020957_7573776828244212583_n.jpg
พี่น้ำอ้อย.png
537616369_753123880687601_7237699294775257339_n.jpg
538975458_753123937354262_2118946492313922987_n.jpg
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดริปวิตามิน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดริปวิตามิน

การดริปวิตามินผิวในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น หรือใช้ตัวยาหรือวิตามินที่ไม่ได้อยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์ อาจทำให้เกิดภาวะวิตามินเกิน หรือได้รับวิตามินที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็อาจส่งผลเสียต่อตับได้

ดริปผิวมีผลต่อตับไหม ?

การดริปผิวมีข้อเสียอะไรบ้าง ?

การดริปผิวที่เหมาะสม และมีกระบวนการที่ถูกต้องได้มาตรฐาน โดยทั่วไปไม่มีผลเสีย หรือข้อเสียครับ ส่วนข้อเสียหรือผลเสียที่หลาย ๆ คนกังวล มักมาจากการดริปผิวที่ไม่เหมาะสม เช่น ทำในสถานที่ที่ไม่สะอาด หรือใช้เข็มฉีดยาที่ไม่สะอาด อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ หรือผลเสียต่อไตและตับ หากดริปผิวบ่อย ๆ และใช้ตัวยาหรือวิตามินในนปริมาณมาก อาจทำให้ตับและไตทำงานหนักขึ้น ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับไตหรือตับอยู่เดิม

การดริปผิวมีข้อเสียอะไรบ้าง ?

ดริปผิวห้ามกินอะไร ?

โดยทั่วไปหลังดริปผิว คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติครับ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี หมอแนะนำให้เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ 1-2 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียต่อการฟื้นฟูผิว หรือลดประสิทธิภาพของตัวยา

 

แนะนำ ดื่มน้ำให้เพียงพอ (ประมาณ 1-2 ลิตร) เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และทานอาหารที่มีประโยชน์เน้นอาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุสูง เพื่อบำรุงผิวพรรณ

ดริปผิวห้ามกินอะไร ?

หลังดริปวิตามิน ขาวขึ้นจริงไหม ?

การดริปวิตามินผิว ไม่ได้ทำให้ผิวขาวขึ้นโดยตรงครับ แต่ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นได้ เนื่องจากการดริปวิตามินผิว หรือการดริปผิวใส เป็นการให้วิตามินและสารอาหารต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายทางหลอดเลือดโดยตรง ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที และสูตรดริปวิตามินผิว ส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบของวิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว จึงช่วยทำให้ผิวดูขาวขึ้น

 

ทั้งนี้ระดับความขาวใสของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและการดูแลผิวอย่างต่อเนื่องครับ

หลังดริปวิตามิน ขาวขึ้นจริงไหม ?

Artboard 1_1.png
Artboard 1_2.png
การดริปวิตามิน สามารถดริปหลายสูตรพร้อมกันได้ไหม ?

การดริปวิตามินพร้อมกันหลายสูตร สามารถทำได้ในบางสูตรครับ หากคนไข้มีสูตรที่สนใจและต้องการทำคู่กัน หรือดริปวิตามินพร้อมกัน หมอจะต้องดูส่วนผสมของแต่ละสูตรก่อน ถึงจะแจ้งว่าทำพร้อมกันได้หรือไม่ครับ

การดริปวิตามิน สามารถดริปหลายสูตรพร้อมกันได้ไหม ?

ดริปวิตามินบ่อย ๆ ติดต่อกันนานหลายเดือนอันตรายไหม ?

ไม่อันตรายครับ การดริปวิตามินบำรุงร่างกายสามารถทำได้เรื่อย ๆ เนื่องจากร่างกายเรามีการนำวิตามินไปใช้อยู่ตลอด ส่วนระยะเวลาสามารถเว้นตามความเหมาะสมของวิตามินแต่ละสูตรได้เลย ทั้งนี้การดริปวิตามินอย่างปลอดภัยต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ครับ

ดริปวิตามินบ่อย ๆ ติดต่อกันนานหลายเดือนอันตรายไหม ?

ดริปวิตามินด้วย กินวิตามินด้วยจะเป็นอะไรไหม ?

เราสามารถกินวิตามินและดริปวิตามินในช่วงเวลาเดียวกันได้ครับ เนื่องจากวิตามินแบบรับประทานมีความเข้มข้นของตัวยาน้อยมาก แม้จะกินวิตามินอยู่แล้ว และดริปวิตามินเพิ่มก็ไม่ก่ออันตรายครับ

ดริปวิตามินด้วย กินวิตามินด้วยจะเป็นอะไรไหม ?

ดริปวิตามินทำให้เส้นเลือดเปราะบาง เสี่ยงเส้นแตกจริงหรือไม่ ?

กรณีนี้ไม่จริงครับ การดริปวิตามินไม่ได้ทำให้เส้นเลือดบางลง แต่ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ระบบไหลเวียนโลหิตหรือระบบต่าง ๆ ในร่างกายดีขึ้นด้วย

ดริปวิตามินทำให้เส้นเลือดเปราะบาง เสี่ยงเส้นแตกจริงหรือไม่ ?

สรุปดริปวิตามินช่วยผิวขาวใส มีสุขภาพดีที่ดี

การดริปวิตามินหรือการฉีดวิตามินผิว เป็นวิธีที่ช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินและสารที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณได้อย่างรวดเร็ว เพราะสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผิวหมองคล้ำและต้องการดูแลผิวอย่างเร่งด่วน แต่การจะฉีดวิตามินให้ปลอดภัย ต้องทำในคลินิกที่ได้มาตรฐาน สามารถตรวจสอบตัวยาได้ และฉีดโดยแพทย์เท่านั้นครับ

Artboard 7.png
bottom of page